Header Ads

Logo_DSI ธรรมกายวันนี้,แฉธรรมกาย Update-แถลงการณ์คดีพิเศษ-ฉบับ-ธรรมกาย-วันนี้

พระเป็นเหยื่อ เป็นผู้เสียหาย หยุด กล่าวร้ายพระ ขอย้ำว่า พระไม่ได้ “บกพร่องโดยสุจริต”


พระเป็นเหยื่อ เป็นผู้เสียหาย หยุด กล่าวร้ายพระ 

ขอย้ำว่า พระไม่ได้ “บกพร่องโดยสุจริต”





บกพร่องโดยสุจริต ไม่มี พระเป็นเหยื่อ เป็นผู้เสียหาย หยุด กล่าวร้ายพระ 


 ขณะนี้กระแส เรื่องเงินทอน กำลังท่วม ข่าว ท่วม โซเชียลอยู่  และมีสื่อมวลชนบางส่วนปั่นกระแสสร้างข่าว เพื่อให้ยอดการเข้าชมของเพจตนหรือช่องของตนให้เพิ่มขึ้น โดยไม่สนใจแล้วว่าจะบุญหรือบาป จนขนาดกล่าวหา ว่าวัดที่รับเงินอุดหนุนไปเป็นวัดเลว เป็นวัดที่ร่วมทุจริตไปแล้ว
ขนาดบางวัดถึงขนาดแถลงกับสื่อมวลชน ว่าไม่เกี่ยวข้องแล้วก็ยังยัดเยียดสำนวน “บกพร่องโดยสุจริต” ให้

ขอย้ำว่า พระไม่ได้ “บกพร่องโดยสุจริต”

เพราะถ้าจะบกพร่องพระต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นในการทุจริตด้วย แต่พระไม่มีส่วนร่วมด้วยเลย ซึ่งต้องถือว่าพระเป็นเหยื่อ แต่แทนที่สื่อมวลชนจะช่วยยืนยันกันว่าท่านเป็นเหยื่อ เป็นผู้เสียหายถูกหลอกโดยเจ้าหน้าที่บางส่วนของรัฐที่กระทำการโดยทุจริต  กลับกล่าวหา ว่าคล้ายกับว่าพระมีส่วนร่วม วัดมีส่วนร่วมกับข้าราชการเพื่อโกงเอาเงินทอนนั้น



 ยิ่งนานวันกลับมีข่าวมาตลอดว่าวัดต่างๆที่มีส่วนได้รับ เงินอุดหนุนจากทางราชการกลายเป็นวัดไม่ดีกลายเป็นวัดที่ชั่ว วัดในกรุงเทพฯ รวยแล้วแย่งเงินจากวัดจนๆ แกล้งทำเป็นจนบ้าง ขนาดเกิดวาทะกรรม ว่าไม่มาบวชที่วัดที่รับเงินอุดหนุน วัดที่มีการก่อสร้างใหญ่โต
สังคมไทยเป็นอะไร

 สรุปว่าวัดที่แจ้งรับตกลงเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือจากหน่วยงานของรัฐ ต้องพิสูจน์ก่อนใช่ไหม ว่าเป็นวัดจน เป็นวัดอนาถา พระต้องไปบวชไกลๆห่างความเจริญ ถึงจะดีหรือ เราวัดความดีของพระที่การไม่มีวัตถุแล้วหรือ ไม่ได้วัดที่ศีล ไม่ได้วัดที่ธรรมหรืออย่างไร

การรับเงินอุดหนุนจากรัฐ เกิดขึ้น จากฝ่ายรัฐเห็นความจำเป็นของแต่ละวัดซึ่งมีแตกต่างกัน ซึ่งหากมีจุดบกพร่องขึ้นก็ต้องแก้ไข ยิ่งเกิดจากข้าราชการแล้วก็ยิ่งต้องแก้ไขจากระบบราชการ แต่แทนที่จะเร่งแก้ไขจากภายใน กลับมาเร่งหาความผิดจากวัดต่างๆ เหมือนยังว่า วัด และพระเป็นผู้ต้องหา เป็นผู้ก่ออาชญากรรมนั้นเอง

 ยิ่งมีพระจากวัดแถวนครปฐมส่งข้อมูลให้สื่อมวลชนว่า มีวัดนั้นวัดนี้ได้รับเงินอุดหนุนแล้วทำประหนึ่งว่าวัดเหล่านั้นเป็นวัดที่มีความผิดแล้ว นี่คืออะไร ทำไมพระรูปนี้ถึงได้รับเอกสารข้อมูลทางราชการประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่กลับมีหลักฐานทั้งเลขเช็ค รู้เวลารับจ่ายซึ่งเป็นข้อมูลในเชิงลึก ก็คงขอฝากผอ. พศให้ไปตรวจสอบว่าข้อมูลนี้หลุดมาจากทางฝ่ายไหนแน่ ไม่เช่นนั้น ก็อาจจะมีข้อกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคบกันหรือไม่ จากที่เคยสงสัยกันมา จากเหตุการณ์ คลิปหลุด บทสนทนาลับ ที่โด่งดัง

 หยุด! สร้างกระแสว่า พระทำผิด พระมีส่วนรู้เห็น เพราะพระเป็นเหยื่อของข้าราชการบางคนที่ฉวยโอกาส อาศัยความคุ้นเคย เข้ามาหลอกพระ เพื่อแสวงประโยชน์จากพระทั้งนั้น และต้นเหตุของเรื่องจริงๆ ก็มาจากข้าราชการบางคนของสำนักพุทธ ทำทั้งนั้น



Cr : ดินสอสีดำ

3 comments:

  1. พระท่านทำดีมาตลอด หยุดทำร้าย ทำลายพระพุทธศาสนาเสียที หยุดว่าร้ายพระและวัดเสียเถิด มันไม่เป็นความจริง

    ReplyDelete
  2. หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา

    ReplyDelete
  3. หลายวัดจำเป็นต้องรับเงินอุดหนุนจากรัฐฐบาล
    เพราะไม่งั้นโบสถ์วิหารศาลาการเปรียญก็สร้างไม่เสร็จสักที
    บางครั้งอาจต้องแลกมาด้วยการถูกเจ้าหน้าที่รัฐบางคน ใช้อำนาจบังคับต่างๆนาๆ
    อย่างเช่น บังคับเอาเงินอุดหนุนที่วัดได้รับกลับไปเป็นของตัวเอง

    ถ้าหากไม่รับเงินอุดหนุนเหล่านี้
    วัดอาจต้องทรุดโทรมลงไปเรื่อยเรื่อย
    เหมือนที่เกิดขึ้นกับวัดเสน่หาจังหวัดนครปฐม
    อาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ไม่สามารถสร้างได้และถูกปล่อยให้เป็นอนุสรณ์สถานมานานเกือบ 20 ปี
    เหตุเพราะเจ้าอาวาสปฏิเสธให้เงินทอนแก่ผู้บริหารระดับสูงของกรมการศาสนา
    ซึ่งเรียกเงินมากเป็น 10 ล้าน
    และคงมีอีกหลายวัดทั่วประเทศ
    ที่โดนกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะนี้
    จนกระทั่ง
    พระ สาธุชน ไม่มีสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ศึกษาพระบาลี

    การทุจริตครั้งนี้ ทำให้วัดและพระพุทธศาสนาเสียหายเป็นอย่างมาก
    วัดควรอยู่ในฐานะโจทก์หรือพยาน
    ไม่ใช่จำเลยสังคม
    อย่างที่บางคนกำลังพยายามสร้างประเด็นโยนบาปให้พระอยู่ในขณะนี้

    สาเหตุ เกิดจากเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ
    สำนักพุทธ ควรรีบสอบสวนเอาผิดลูกน้องตัวเอง
    จำเป็นต้องทำให้พระและชาวพุทธมั่นใจได้ว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก
    และที่สำคัญ
    อย่าลืมเอาเงินที่ทุจริตไป กลับมาคืนวัดด้วยนะครับ
    ลิงก์ข่าววัดเสน่หา
    http://news.thaipbs.or.th/content/264330

    ReplyDelete

Powered by Blogger.